<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2021 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลาโหมย้ำเร่งตั้ง รพ.สนาม และ CI นำผู้ป่วยเข้าระบบให้มากที่สุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค.64 - พล.ท.คงชีพ &amp;nbsp;ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 09.00 น. &amp;nbsp;พล.อ.ชัยชาญ &amp;nbsp;ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดระทรวงกลาโหม ได้ประชุมร่วมกับ กอ.รมน. นขต.กห. เหล่าทัพ และ ตร. ผ่านระบบ VTC ณ ศาลาว่าการกลาโหม เพื่อติดตามการสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาวิกฤตโควิด 19 &amp;nbsp; ภาพรวมจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคที่ยังรุนแรง และยังพบผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนมากขึ้นต่อเนื่องที่ผ่านมา &amp;nbsp;กองทัพ และ ตร.ยังคงความต่อเนื่องสนับสนุน สธ.แก้ปัญหาวิกฤตร่วมกันต่อเนื่องมา โดยเร่งเสริมขีดความสามารถ รพ.สนาม 29 แห่ง 6,799 เตียง ที่กองทัพดูแลเดิม และอยู่ระหว่างเร่งจัดตั้ง รพ.สนามและพื้นที่แยกกักคุมโรคชุมชน ( CI ) ทั้งในหน่วยทหารทั่วประเทศและสนับสนุนการจัดตั้งหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. ให้เพียงพอรองรับจำนวนผู้ป่วยที่มีมากขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับ รพ.สนามศูนย์คัดกรอง สโมสรทหารบก ได้เปิดบริการประชาชนแล้ว ในการตรวจคัดกรอง และนำเข้าระบบการรักษา รวมทั้งจ่ายยาและพากลับบ้าน ซึ่งมีประชาชนมารับการบริการแล้วกว่า 5,000 คน ขณะเดียวกัน กองทัพได้เสริมกำลังร่วมกับ กทม.จัดชุด CRT 200 ชุด เข้าตรวจเชิงรุกคัดแยกผู้ป่วยในชุมชนต่างๆ และสนับสนุนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากบ้านและชุมชน เข้าสู่ระบบการรักษา ผ่านสายด่วน 1138 &amp;nbsp;และ &amp;ldquo;จุดบริการประชาชน&amp;rdquo; 68 จุด ที่กระจายจัดตั้งในชุมชนต่างๆ โดย &amp;ldquo;ศูนย์สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย&amp;rdquo; แล้ว กว่า 16,000 คน ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.อ.ชัยชาญ ได้ย้ำ ขอให้ กกล.ป้องกันชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ สนับสนุนภารกิจ &amp;ldquo;ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัด&amp;rdquo; เฝ้าระวังคุมเข้มชายแดนทุกด้านต่อเนื่อง โดยเฉพาะ จว.ชายแดน ติดประเทศเมียนมา &amp;nbsp;และขอให้เร่งจัดตั้ง รพ.สนาม และ CI เพิ่มในทุกหน่วยทหาร รองรับการดูแลชุมชนให้มากที่สุด พร้อมทั้งขอให้พิจารณาปรับ &amp;ldquo;จุดบริการประชาชน&amp;rdquo; ให้เหมาะสมเข้าถึงชุมชนมากขึ้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันในทุกเหตุการณ์ &amp;nbsp; ทั้งนี้ ยังให้คงความต่อเนื่องสนับสนุนการบริจาคโลหิต ตามโรงพยาบาลต่างๆ และสภากาชาดไทย ซึ่งยังอยู่ในสภาวะขาดแคลนโลหิตและมีผู้ป่วยรอการรักษาอีกจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112502</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.คงชีพ  ตันตระวาณิชย์, รพ.สนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a2501452df1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ สั่งทหาร-ตำรวจ เตรียมรับสถานการณ์ฉุกเฉินชายแดน หวั่นเมียนมาร์ทะลักเข้าไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.64 - พล.ท.คงชีพ &amp;nbsp;ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ชัยชาญ &amp;nbsp;ช้างมงคล รมช.กห.และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัด กห. ประชุมติดตามการสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาวิกฤตโควิด 19 ร่วมกับ กอ.รมน. นขต.กห. เหล่าทัพ และ ตร. ผ่านระบบ VTC ณ ศาลาว่าการกลาโหม ภาพรวมฝ่ายความมั่นคง ยังคงจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายได้ต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ ก.ค.63 ถึงปัจจุบัน จับกุมได้ถึง 44,168 คน พื้นที่ชายแดน &amp;nbsp;33,576 คน และพื้นที่ชั้นใน 10,592 คน เป็นผู้นำพา 411 คน โดย ก.ค.ที่ผ่านมาจับกุมได้กว่า 4,300 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการประเมินสถานการณ์ในเมียนมา ทั้งสภาพเศรษฐกิจ ความรุนแรงที่ยังมีอยู่ และผู้ป่วยโควิดที่ติดเชื้อสะสมมากขึ้นต่อเนื่อง &amp;nbsp;มีความน่าเป็นกังวลและต้องเฝ้าระวังอย่างมากกับแนวชายแดนติดกันที่ยาวถึง 2,401 กม. โดยขณะนี้ ฝ่ายความมั่นคง ได้หารือร่วมเสริมกำลังและเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ จว.ชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำมากขึ้น &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กองกำลังป้องกันชายแดนด้านตะวันออก ยังคงร่วมกันเฝ้าระวังเข้มข้นเช่นกัน กับยอดผู้หลบหนีเข้าเมืองชาวกัมพูชาและลาวที่พบมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ การติดตามช่วยเหลือประชาชนในวิกฤตโควิด กำลังทหาร ตำรวจ ได้จัดกำลังเข้าไปเสริมการทำงานในพื้นที่สีแดงเข้ม 13 จว.มากขึ้นต่อเนื่อง เพื่อนำผู้ป่วยติดเชื้อที่มีมากและอาจติดค้างตามบ้านไม่ได้รับการดูแล นำออกสู่ระบบการรักษาให้มากที่สุด ผ่านการติดต่อ &amp;ldquo;ศูนย์การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;จุดบริการประชาชน&amp;rdquo; ที่กระจายกำลังลงจัดตั้งในพื้นที่ชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ กำลังทหารและตำรวจ ได้พยายามสนับสนุน กทม.ให้สามารถจัดตั้งและบริหารจัดการพื้นที่แยกพักรักษาตัวในชุมชน ( Community Isolation ) ให้ได้อย่างน้อย 1 แห่งในทุกเขต เพื่อลดปัญหาคอขวดเปิดพื้นที่นำผู้ป่วยสีเขียวตามบ้านแยกออกมาเข้ารับการดูแลรักษาตามระดับอาการ โดยสนับสนุนการทำงานร่วมกับ รพ.สนามที่มีจำกัด &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กองทัพ อยู่ระหว่างเร่งเสริมขีดความสามารถ รพ.สนามของทุกเหล่าทัพที่มีอยู่ 29 แห่ง และเตรียมจัดตั้งเพิ่มโดยประสานทำงานร่วมกับสาธารณสุขในแต่ละจังหวัด พร้อมทั้งเร่งจัดตั้ง CI ในหน่วยทหาร เพื่อสนับสนุนดูแลชุมชนโดยรอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ชัยชาญ&amp;rsquo; ย้ำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม.และ รมว.กห. ได้แสดงความขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ทหาร ตำรวจทุกคน ที่ร่วมกันเป็นด่านหน้าช่วยเหลือดูแลประชาชนรับมือกับวิกฤตโควิดที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมา พร้อมย้ำ ให้กองกำลังป้องกันชายแดนทุกเหล่าทัพและตำรวจ ประสานทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินชายแดนที่อาจเกิดขึ้น โดยตั้งอยู่ในความไม่ประมาท &amp;nbsp;พร้อมทั้ง ขอให้ระดมทรัพยากรเร่งสนับสนุนทุกจังหวัดให้สามารถจัดตั้ง รพ.สนามเพิ่มเติม และพื้นที่แยกพักรักษาตัวในชุมชน ( Community Isolation ) ให้เพียงพอรองรับการดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อในพื้นที่สีแดงเข้มเป็นการเร่งด่วนให้มากที่สุด โดยเฉพาะ กทม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ พล.อ.ชัยชาญ รมช.กห. ได้กำชับ ขอให้ทุกเหล่าทัพ เร่งขยายขีดความสามารถของ รพ.หน่วยทหาร ให้สามารถรองรับผู้ป่วยสีแดงและเหลืองได้มากขึ้น &amp;nbsp;พร้อมทั้ง ขอให้ช่องทางสายด่วน 1138 ที่จัดตั้งขึ้น ทำงานร่วมกับ &amp;ldquo;จุดบริการประชาชน&amp;rdquo; ที่กระจายอยู่ในพื้นที่ เปิดช่องทางสื่อสารลงถึงผู้นำชุมชน ช่วยกันจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว รุกเข้าไปช่วยเหลือประชาชนให้ทั่วถึงและทันกับความต้องการ &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ขอให้ทุกเหล่าทัพ ช่วยเหลือเกษตรกร เก็บคัดแยก ขนส่ง รวมทั้งรับซื้อและกระจายพืชผลการเกษตร โดยเฉพาะมังคุดจากภาคใต้ ที่เริ่มมีปัญหาล้นตลาด ซึ่งกองทัพได้สนับสนุนสนุนรับซื้อแล้ว 168 ตัน เพื่อร่วมช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนกันและกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111728</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.คงชีพ  ตันตระวาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210731/image_big_6104d2dc4287b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ สั่งกองทัพส่งกำลังช่วยพื้นที่สีแดงเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.64 - พล.ท.คงชีพ &amp;nbsp;ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม &amp;nbsp;เปิดเผยว่า เมื่อ 09.00 น. &amp;nbsp;พล.อ.ชัยชาญ &amp;nbsp;ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ประชุมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม( นขต.กห.) เหล่าทัพ และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ( ตร.) &amp;nbsp;ผ่านระบบ VTC ณ ศาลาว่าการกลาโหม เพื่อเร่งเข้าไปสนับสนุนรับมือกับวิกฤตโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ที่พบแนวโน้มการแพร่ระบาดในประเทศยังสูงต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรวม กองกำลังป้องกันชายแดนทั้งทหาร ตำรวจ ยังตรึงกำลัง เฝ้าระวังคัดกรองบุคคลผ่านเข้า-ออกชายแดน และจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายได้อย่างต่อเนื่อง สัปดาห์ที่ผ่านมา จับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองได้ถึง 248 คน ( ลาว 110 กัมพูชา 69 พม่า 25 และจีน 4 คน ) โดยเจ้าหน้าที่ต้องทำงานด้วยความระมัดระวัง เพื่อหยุดและลดความเสี่ยงของการกระจายเชื้อสายพันธ์ใหม่ในพื้นที่ชายแดน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน กำลังทหารตำรวจ ยังคงกระจายกันควบคุมดูแลแคมป์คนงาน 606 แห่งในพื้นที่ต่างๆของ กทม. พร้อมทั้งจัดตั้งจุดตรวจ/ด่านตรวจ 88 จุด ในพื้นที่ต่างๆ ทำความเข้าใจกับประชาชนและเข้มงวดบังคับใช้กฎหมายตามข้อกำหนดกับการควบคุมการเคลื่อนย้ายของประชาชนและการรวมกลุ่มในกิจกรรมเสี่ยง เพื่อให้เกิดผลทางปฏิบัติในการควบคุมโรคอย่างจริงจังร่วมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ความร่วมมือกันเร่งหยุดเชื้อในพื้นที่กรุงเทพมหานครฯ &amp;nbsp;กองทัพได้จัดกำลังร่วมกับ กทม.ทำหน้าที่ชุดตรวจค้นหาเชิงรุก ( CCRT ) จำนวน 69 ชุด และเตรียมจัดเพิ่มเป็น 188 ชุด เร่งเข้าชุมชนต่างๆใน 50 เขต ตรวจคัดกรองแยกผู้ป่วยออกจากบ้านและชุมชน เข้ารับการรักษาในระบบ พร้อมทั้งฉีดวัคซีนให้กับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงตามบ้านในคราวเดียวกัน ระหว่าง 15-25 ก.ค.64 เพื่อลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยถึงชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ชัยชาญ &amp;nbsp;ได้ย้ำสั่งการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กห. ขอให้ทุกเหล่าทัพ ให้ความสำคัญ คงความเข้มข้นเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย &amp;nbsp;พร้อมทั้งขอให้สำรวจพื้นที่ในหน่วยทหาร ขยายผลจัดตั้ง รพ.สนามเพิ่มเติมใน จว.ต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ &amp;nbsp;10 จว.สีแดงเข้ม และเตรียมบุคลากรทางการแพทย์แถวสองและอาสาสมัคร เพื่อดูแลรองรับผู้ป่วยที่มีแนวโน้มมากขึ้นให้เพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ รมช.กห. ยังได้กำชับทุกเหล่าทัพ ให้ความสำคัญสนับสนุนจังหวัดสีแดงเข้มเร่งตรวจค้นหาเชิงรุกในพื้นที่ เพื่อแยกผู้ป่วยออกจากชุมชน และให้ประสานทำงานร่วมกับศูนย์เอราวัณดำรงความต่อเนื่องสนับสนุนยานพาหนะและเจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ยังมีในชุมชนเข้าสู่ระบบการรักษาโดยเร็ว &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ขอให้ทุกเหล่าทัพที่มีหน่วยทหารในพื้นที่สีแดงเข้ม ทำการตรวจเชิงรุกในชุมชนหน่วยทหาร และจัดตั้งพื้นที่คัดแยกผู้ป่วยออกจากชุมชน ( CI ) รองรับการดูแลกันเองในหน่วยทหาร ควบคู่ไปกับการสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ &amp;nbsp;เพื่อร่วมมือกันลดการแพร่ระบาดของโรคให้ได้โดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110034</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, พล.ท.คงชีพ  ตันตระวาณิชย์, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecd08e99b7a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลาโหมเรียกถกด่วน เร่งขยายห้องผู้ป่วยไอซียู 80 เตียงใน รพ.ทหาร - รพ.สนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.64 - พล.ท.คงชีพ &amp;nbsp;ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม( กห.) เปิดเผยว่า เมื่อ 09.30 น. พล.อ.ชัยชาญ &amp;nbsp;ช้างมงคล รมช.กห.และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปล.กห.ได้เรียกประชุมด่วน หน่วยงาน กอ.รมน. นขต.กห. เหล่าทัพ และ ตร. ผ่านระบบ VTC ณ ศาลาว่าการกลาโหม เพื่อเร่งสนับสนุน สธ.รับมือกับผู้ป่วยโควิด 19 สะสมที่มีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;โดยหารือและพิจารณาร่วมกัน ถึงขีดความสามารถทางการแพทย์ทหารสูงสุด ในการร่วมระดมปรับเกลี่ยบุคลากรทางการแพทย์ทหาร เสริมโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เร่งขยายห้องผู้ป่วย ICU จำนวน 80 เตียงในโรงพยาบาลทหารต่างๆในพื้นที่ กทม.โดยจะทยอยเปิดต่อเนื่องใน 30 วัน และขยายขีดความสามารถ พื้นที่ มทบ.11 สนับสนุนอาคารและสถานที่จัดทำ รพ. สนามเพิ่มเติม โดยร่วมกับ รพ.ธนบุรีบำรุงเมือง จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ดูแลผู้ป่วยสีแดงและเหลือง จำนวน 178 เตียง เปิดบริการในวันนี้ และร่วมกับ รพ.พระมงกุฎฯ จัดตั้ง รพ.สนาม ดูแลผู้ป่วยสีเขียว เพิ่มเติม 176 เตียง โดยจะเร่งเปิดให้การบริการใน 4 กค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ชัยชาญ ได้กำชับ ขอให้ทุกเหล่าทัพ เร่งให้การสนับสนุนขยายขีดความสามารถห้องผู้ป่วย ICU และ รพ.สนาม ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรวม.กลาโหม ให้สามารถรองรับผู้ป่วยสีแดงและสีเหลืองที่เพิ่มขึ้นโดยเร็ว และขอให้สนับสนุนการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมขีดความสามารถทางด้านการแพทย์และการสาธารณสุขในการดูแลประชาชน ช่วงวิกฤตสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดไปด้วยกัน โดยเฉพาะพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้ง 4 จังหวัดชายแดนใต้ &amp;nbsp;พร้อมทั้งเน้นย้ำ ให้เร่งฉีดวัคซีนให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด่านหน้าในพื้นที่เสี่ยงสูงทั้งหมดโดยเร็ว หากได้รับการสนับสนุนวัคซีนเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108429</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลาโหม, พล.ท.คงชีพ  ตันตระวาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_6082dd08c6beb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2021 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2021 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ สั่งทหารจัดกำลังเร่งด่วนคุมเข้มแคมป์คนงานใน กทม.และปริมณฑล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย. 64 -&amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ &amp;nbsp;ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า เมื่อ 0930 &amp;nbsp;พล.อ.ชัยชาญ &amp;nbsp;ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วงว่าการกระทรวงกลาโหม.และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เรียกประชุมด่วน หน่วยงาน กอ.รมน. นขต.กห. เหล่าทัพ และ ตร. ผ่านระบบ VTC ณ ศาลาว่าการกลาโหม เพื่อสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาโควิด 19 จากสถานการณ์ภายในประเทศและภูมิภาคที่ยังคงมีแนวโน้มระบาดต่อไปภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศรอบบ้าน ยังคงรุนแรงและน่ากังวลในมาเลเซีย เมียนมาและกัมพูชา พบการแพร่ระบาดและมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;โดยเฉพาะสถานการณ์การเมืองในเมียนมา มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้มีผู้หลบหนีข้ามแดนมายังไทยมากขึ้น สถิติการจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมือง ระหว่าง 19-23 มิ.ย.64 &amp;nbsp;จับกุมได้จำนวน 830 คน ( เมียนมา 202 คน กัมพูชา 210 คน ลาว 85 คน คนไทย 155 คน และ ผู้นำพา 7 คน ) &amp;nbsp;ขณะที่ภายในประเทศ ยังคงพบการแพร่ระบาดต่อเนื่อง โดยเฉพาะ กทม.และปริมณฑล พบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน เป็นระยะในพื้นที่เสี่ยง เช่น แคมป์คนงาน ตลาดสดและชุมชนแออัด ในขณะที่ระบบสาธารณสุข เริ่มมีข้อจำกัดในการรับมือกับผู้ป่วยหนักหรือผู้ป่วยสีแดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ชัยชาญ ได้ย้ำนโยบายของนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กับ กอ.รมน. ทุกเหล่าทัพและ ตร. ขอให้เร่งเตรียมและบูรณาการกำลังสนับสนุนข้อกำหนดของ ศบค.ที่จะประกาศบังคับใช้เป็นมาตรการเฉพาะในกรุงเทพมหานครฯ ปริมณฑล และ 4 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อจำกัดควบคุมโรคเฉพาะกลุ่มและกิจกรรมในพื้นที่เสี่ยงสูงอย่างเข้มงวด ไม่ให้ขยายออกนอกพื้นที่จนไม่สามารถควบคุม พร้อมย้ำสั่งการ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม.และรมว.กห.ให้ประสานกับ กทม.และทุกจังหวัด บูรณาการจัดกำลังเร่งด่วนร่วมกัน เข้าไปสนับสนุนควบคุมจำกัดพื้นที่ทุกแคมป์และไซต์คนงานก่อสร้างเป้าหมายทั้งใน กรุงเทพมหานครฯและปริมณฑล ที่พบการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนจำนวนมากทันที &amp;nbsp;โดยให้เร่งตรวจคัดกรองเชิงรุกและนำเข้าสู่ระบบการรักษาควบคุมโรคโดยเร็ว รวมทั้งขอให้ขยายผลประชาสัมพันธ์ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเยียวยาค่าแรงรายวันระหว่างการควบคุมดังกล่าว &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขอให้ทุกเหล่าทัพ จัดรถครัวสนามพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคจำเป็น สนับสนุนทุกชุมชนและคลัสเตอร์ที่เข้าไปควบคุมการปฏิบัติไปพร้อมๆกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่ 4 จว.ชายแดนใต้ &amp;nbsp;สงขลา ยะลา นราธิวาส และปัตตานี ให้จัดกำลังสนับสนุนจังหวัด ควบคุมจำกัดการเคลื่อนย้ายของประชาชนข้ามเขต เพื่อหยุดการกระจายเชื้อสายพันธ์แอฟริกาใต้ที่กำลังแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในมาเลเซียเข้าไทย &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันพบการติดเชื้อกับประชาชนใน 4 จว.แล้ว โดยมีการเชื่อมโยงแพร่เชื้อข้ามเขตผ่านการเคลื่อนย้ายของประชาชนไปมา &amp;nbsp;ทั้งนี้ให้จัดตั้งด่านตรวจร่วม กวดขันและจำกัดไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานเป็นกลุ่มก้อนข้ามเขต และประชาชนในพื้นที่กำหนด จนกว่าจะมีมาตรการผ่อนคลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ขอให้ทุกเหล่าทัพ ประสานทำงานร่วมกับ สธ.อย่างใกล้ชิด เร่งเข้าไปเสริมและสนับสนุนแก้ปัญหาเร่งด่วนในการขาดแคลนเตียงผู้ป่วยสีแดง โดยให้พิจารณาขยายขีดความสามารถสูงสุดของ รพ.ทหารในสังกัด เพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยห้อง ICU รองรับสถานการณ์ และให้เตรียมการสนับสนุนหากจำเป็นต้องจัดสร้างห้องผู้ป่วยความดันลบเพิ่มเติม โดยให้พิจารณาบูรณาการบุคลากรทางการแพทย์ร่วมกันกับทุกหน่วยงาน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น พล.อ.ชัยชาญ&amp;rsquo; ยังได้ย้ำ ขอให้ กกล.ป้องกันชายแดนทหารและตำรวจ ยังคงต้องเพิ่มความเข้มงวดกวดขันมาตรการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักร และเพิ่มความถี่เฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยเฉพาะชายแดน มาเลเซีย กัมพูชา และเมียนมา โดยให้เพ่งเล็งคนไทยที่ลักลอบข้ามแดนไปมา กับบ่อนพนันและสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดน และการคงเข้มมาตรการควบคุมโรคควบคู่กันไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107702</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.คงชีพ  ตันตระวาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a2501452df1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กห.ปฏิรูปกองทัพแล้ว! ลดทหารประจำการ เพิ่มขรก.พลเรือน ดีเดย์ต้นปีงบ64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย. 63 - พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม (โฆษก กห.) เปิดเผยถึงการปฏิรูปกองทัพว่า มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดย กห.ได้จัดกลุ่มภารกิจงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง และให้น้ำหนักกับภารกิจของภัยจากสงครามรูปแบบใหม่มากขึ้น โดยได้ปรับปรุงโครงสร้างและอัตรากำลังของทุกเหล่าทัพให้มีขนาดที่เหมาะสม และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น สามารถรองรับภัยคุกคามด้านความมั่นคงในมิติต่างๆ ที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในปี 63 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กห.) ได้กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการปฏิรูปกองทัพและส่งเสริมการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล ให้นำกำลังพลสำรองเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราวและนำข้าราชการพลเรือนกลาโหมมาบรรจุรับราชการ เพื่อทดแทนการบรรจุกำลังทหารประจำการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กห.ได้ปฏิรูประบบงานกำลังพล โดยตั้งเป้าหมายในการปรับลดอัตรากำลังทหารประจำการลง ด้วยเงื่อนไขไม่เพิ่มจำนวนข้าราชการและงบประมาณ บนพื้นฐานการบริหารจัดการงานหลักๆ ทั้งด้านสมรรถนะ ด้านผลงาน ตลอดจนด้านคุณธรรมและความเป็นมืออาชีพ
ความคืบหน้าของการนำระบบข้าราชการพลเรือนกลาโหมมาใช้ เพื่อลดจำนวนอัตราข้าราชการทหารและแก้ปัญหาความคับคั่งในแต่ละชั้นยศ โดยเฉพาะชั้นยศระดับสูงในอนาคตนั้น ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะสามารถบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนให้รับราชการใน กห. โดยมีตำแหน่งที่มิใช่อัตราทหารและไม่มีชั้นยศ ได้ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 64 เป็นต้นไป เพื่อปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะทางในกลุ่มลักษณะงานต่างๆ เช่น ด้านการแพทย์ ด้านกฎหมาย ด้านการงบประมาณและการบัญชี ด้านครูอาจารย์ นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ ด้านธุรการและอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าการนำกำลังสำรอง เข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราวในหน่วยรบและหน่วยสนับสนุนการรบนั้น ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการสัญญาจ้างแล้วตั้งแต่ เม.ย.ที่ผ่านมา และจะดำเนินการสมัครและสอบคัดเลือกครบทุกเหล่าทัพให้เสร็จภายในปีงบประมาณ 63 โดยจะดำเนินการในรูปแบบสัญญาจ้างระยะเวลา 4-8 ปี เพื่อให้ได้กำลังพลสำรองที่มีอายุน้อย ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ทดแทนการบรรจุข้าราชการทหารประจำการในหน่วยรบ ซึ่งจะเป็นการประหยัดและลดภาระผูกพันงบประมาณด้านบุคลากรในระยะยาว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68715</URL_LINK>
                <HASHTAG>กห., ปฏิรูปกองทัพ, พล.ท.คงชีพ  ตันตระวาณิชย์, โฆษกกลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee6e01a8884e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;เต้นสั่งควานหาตัวคนรีดหัวคิวรร.กักตัวโควิด กห.ยันไม่ใชทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค. 63 - เมื่อเวลา 11.45 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหมที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถึงกรณีที่มีข่าวว่ามีการแอบอ้างหักหัวคิวโรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่กักตัวคนไทยที่กลับจากต่างแดน (State Quarantine) ว่า เป็นความตั้งใจของกระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทยที่ได้ทำงานร่วมกันในการจัดหาโรงแรมเพื่อใช้เป็นสถานที่กักตัว ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายเรียกรับผลประโยชน์ สิ่งที่ดำเนินการคือการให้ผู้ประกอบการได้รับผลประโยชน์สูงสุด และนำคนไทยที่ตกค้างอยู่ต่างประเทศกลับประเทศ ยืนยันว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่คนป่วย เพียงแต่ต้องเข้าสู่กระบวนการควบคุมโรค 14 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้แถลงถึงเรื่องการหักหัวคิวไปแล้ว หากใครพบเบาะแสสามารถแจ้งไปยังกระทรวงสาธารณสุขได้ ทั้งนี้จากที่ตนได้พูดคุยกับนายกสมาคมธุรกิจโรงแรมภาคตะวันออกทราบว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทยอยให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ และต้องไปดูข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่ารัฐไม่มีนโยบายเก็บค่าหัวคิว เพราะเรื่องดังกล่าวเราดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. ต่อกลุ่มคนไทยที่กลับจากฮูฮั่น จนถึงปัจจุบันก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้ ทราบว่าคนที่ดำเนินการเรื่องนี้เป็นนายหน้าที่ไปติดต่อกับโรงแรมโดยตรงและเรียกรับผลประโยชน์&amp;ldquo; พล.ท.คงชีพ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การหักค่าหัวคิว 40 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่คนของกองทัพใช่หรือไม่ พล.ท.คงชีพ กล่าวยืนยันว่า ไม่มี หากพบว่าเป็นคนของกองทัพหรือกระทรวงสาธารณสุขเข้าไปเกี่ยวข้องสามารถแจ้งข้อมูลมาได้โดยตรง ซึ่งจะต้องถูกลงโทษทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด เพราะเรื่องดังกล่าว ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า มีคนชักจูงอยู่เบื้องหลังหรือไม่ พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ต้องดูความเชื่อมโยงกลุ่มเหล่านี้ว่ามีใครอยู่เบื้องหลัง เพราะทำให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐและประชาชนส่วนรวม ขณะที่ผู้ประกอบการควรได้รับสิทธิ์ตรงนี้อย่างเต็มที่ สำหรับผู้ที่เข้ารับการกักตัวก็ต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดี หากมีการหักค่าหัวคิวก็จะทำให้การดูแลไม่ดีพอ เพราะอาหารก็จะต้องถูกตัดไปด้วย ขณะนี้กำลังตามหาตัวอยู่ และนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้พล.อ.ประยุทธ์ยังขอให้ผู้ประกอบการโรงแรมพิจารณาเป็นโรงแรมท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ภายหลังจากที่มีการเปิดประเทศแล้ว ในขณะที่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศนั้นยังคงต้องกักตัว 14 วัน โดยจะต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66867</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่, พล.ท.คงชีพ  ตันตระวาณิชย์, รร.กักตัวโควิด, สภากลาโหม, หักหัวคิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dad3526c17e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
